[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม(ไทย)
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป 
IP ของคุณคือ 35.172.100.232  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
แค่มีคนเข้าใจ
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 218 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
เว็บไซด์เครือข่าย

คุณพุ่ม
เอสเอ็มอีออทิสติกไทย
กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์"e-Learning"
สำนักบริหารงานการศึกษา
สำนักงาน กศน. กรุงเทพมหานคร
โรงเรียนอนุบาลจันทยานนท์
มูลนิธิออทิสติกไทย



  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
Blockchain มีประโยชน์มากแค่ไหน ตอนที่ 4  VIEW : 25    
โดย งง

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 36
ตอบแล้ว : 1
เพศ :
ระดับ : 4
Exp : 93%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 178.128.57.xxx

 
เมื่อ : พุธ ที่ 21 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2562 เวลา 23:15:27    ปักหมุดและแบ่งปัน

ทำกิจกรรมเหล่านี้ นั่นหมายความว่าต้องมีการคิดค่าบริการจากธุรกรรมทางการเงินเหล่านี้ แต่ถ้าใช้ระบบนี้ ธุรกรรมทั้งหมดจะ ทำได้ในเวลาไม่กี่นาที และประหยัดเงินได้อย่างมหาศาล โดยประหยัดได้ทั้งผู้ทำธุรกรรม รหัส Token สร้างขึ้นมาเพื่อสื่อสารกับ
Blockchain เช่นก่อนหน้านี้ ธุรกรรมทางเงินต่าง ๆ มากมายเกิดขึ้นจากผู้ ให้บริการทางการเงินอย่าง ธนาคาร ตัวแทนขาย ที่ต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรมและของผู้ทำธุรกรรมทั้งหมด ซึ่งต้องเสียเวลาในการ และ
ทำการตรวจสอบว่า Bitcoin นั้นๆ ที่ชาญฉลาดและโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ในวงกว้าง ข้อดีของระบบนี้คือช่วยตัดวงจรทางการเงินในรูปแบบหนึ่ง อย่างมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ก่อนที่จะทำธุรกรรมให้สำเร็จต่อไป เท่ากับว่า Blockchain เป็น ระบบโครงข่ายในการทำ
ธุรกรรมต่างๆ แค่การทำธุรกรรมทางการเงินเท่านั้น หากแต่ยังอาจที่เก็บสถิติการทำธุรกรรมทางการเงิน และสินทรัพย์ชนิดอื่นๆ อีกในอนาคต โดยไม่มีตัวกลาง คือสถาบัน การเงิน หรือสำนักชำระบัญชี ระบบ Blockchain จะไม่มีตัวกลางอย่างที่เคยเป็นมา ยกตัวอย่าง
การทำธุรกรรมด้วย Bitcoin จะมีถูกนำไปใช้ในงานอื่นๆ เช่น การเก็บสถิติและธนาคาร Blockchain คือ ระบบโครงข่ายในการเก็บบัญชีธุรกรรมออนไลน์ ซึ่งมีลักษณะเป็นเครือข่ายใยแมงมุมการเลือกตั้งให้มีความโปร่งใสมากขึ้น การให้ยืม Cloud Storage ระหว่าง
กัน, บริการ co-location, ระบบ Peer to Peer Lending และอื่นๆ แนวคิด Blockchain เริ่มกลับมาเป็นและอาจจะส่งผลให้สถาบันการเงินที่เป็นตัวกลาง รวมไปถึงสำนักชำระบัญชีต่างๆ ไม่จำเป็นต้องมีอีกในอนาคตได้เลย หากเทคโนโลยีนี้เข้ามาแทนที่ได้อย่างสมบูรณ์
ขณะที่ Blockchain ไม่เพียงมีบทบาทอยู่ กระแสที่ต้องจับตามมองอีกครั้ง พร้อมมีการพัฒนาใหม่ๆซึ่งตัดตัวกลางอย่างสถาบันการเงินที่มีอยู่ในโลกปัจจุบันออกไป ซึ่งทำให้ต้นทุนการทำธุรกรรมถูกลง ไปสู่การใช้งานที่มากกว่าการทำธุรกรรม Bitcoin ในอดีตที่ไม่
ได้รับการยอมรับมากนัก ผนวกรวมกับกระแสการเพิ่มขึ้นของอุปกรณ์ที่ใช้แนวคิด ทุกต้นปีจะมีการพูดถึงเทรนด์เทคโนโลยีโดยล่าสุด เหล่าสถาบันการเงินอย่างธนาคาร Citibank ตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ รวมไปถึงบริษัท VISA ก็ได้เข้าลงทุนในบริษัทบล็อกเชนชั้น
นำอย่าง Chain.com เพื่อแนวทางรักษาตลาดเทคโนโลยีนี้เช่นกัน สำคัญใน ค.ศ.นั้น ๆ Blockchain (บล็อกเชน) อีกมากมาย ซึ่งแม้แต่เหล่าธนาคารเอง ก็ตัดสินใจเข้าลงทุนในการทำ Blockchain มากขึ้นเรื่อยๆ ถูกจัดไปอยู่ในรายชื่อสำคัญของเทรนด์ในปี ค.ศ.2018
ของหลาย ๆ สื่อทางด้านเทคโนโลยี เนื่องด้วยเพราะเป็นเทคโนโลยีที่กำลังมาแรงจากกลุ่มเทคโนโลยีทางด้านการเงิน หรือมีชื่อเรียกในวงการ Fintech หรือ Financia l Technology ปี พ.ศ. 2551 เริ่มมีการพูดถึง Blockchain (บล็อกเชน) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่
มีลักษณะเป็นฐานข้อมูลในการจัดการชุดข้อมูลที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรืออธิบายง่าย ๆ ว่า บล็อกเชนเปรียบเสมือนเครือข่ายการเก็บข้อมูลแบบหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเหมือนร้อยต่อข้อมูลเข้าไว้ด้วยกัน และข้อมูลนั้นคือ บันทึกธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ต โดยเริ่มนำมา
ใช้งานช่วงปี พ.ศ. 2552 และนำมาใช้กันเป็นที่รู้จักกันดี ในระบบสกุลเงินดิจิทัลที่เรียกว่า บิทคอยน์ (Bit Coin) ซึ่งกล่าวโดยรวมได้ว่า “บล็อกเชน” (Blockchain) เป็นเทคโนโลยีเบื้องหลัง “บิทคอยน์” (Bitcoin) นั่นเอง “บล็อกเชน” (Blockchain) สร้างขึ้นเพื่อบันทึก
ธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ตโดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางด้านการเงิน ซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งมีความปลอดภัยและเข้าถึงได้ง่าย ด้วยคุณสมบัติซึ่งมีลักษณะการแชร์บันทึกธุรกรรมไปทั่วทั้งระบบเครือข่าย ทุกคนสามารถเข้าถึงและได้รับ
ข้อมูลเดียวกัน ซึ่งประกอบไปด้วยบล็อกข้อมูลจำนวน มากที่บันทึกธุรกรรมเอาไว้ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกเก็บอยู่ในแต่ละบล็อก (Block) ที่เชื่อมโยงกันบนเครือข่ายเหมือนกับห่วงโซ่ (Chain) บล็อกจะถูกเชื่อมโยงกันทางอิเล็กทรอนิกส์ และถูกป้องกันโดยรหัสขั้นสูงเพื่อให้
มีความถาวร ผู้ใช้งานในเครือข่ายไม่สามารถเข้าไปเปลี่ยนแปลงข้อมูลใด ๆ ในฐานข้อมูลนี้ได้ เพราะผู้ ใช้งานอื่น ๆ ต่างก็มีสำเนาหรือประวัติการทำ ธุรกรรมที่สามารถตรวจสอบหรือเข้าถึงได้ ซึ่งทำให้ข้อมูลเหล่านั้นมีความปลอดภัยและเชื่อถือได้ เชน (Chain) ที่ใหญ่ที่สุด
ในปัจจุบันคือ บิทคอยน์” (Bitcoin) อย่างที่กล่าวไปตอนต้น ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่าย ๆ ถึงบิทคอยน์ที่ใช้บล็อคเชนในการจัดการ เช่น เมื่อผู้ ใช้งาน A โอนบิทคอยน์ จำนวน 1 บิทคอยน์ ผู้โอนต้องระบุว่าโอนจากที่ไหนไปไหน จำนวนเท่าไร ซึ่งข้อมูลนี้จะถูกบันทึกเป็น
ธุรกรรมในแต่ละบล็อกในเครือข่ายเดียวกัน ซึ่งเราเรียกว่า บล็อกเชน ดังนั้นบล็อคเชนนี้จะทำหน้าที่เป็นเหมือนบัญชีกลางที่รวมทุกการเคลื่อนไหวของบิทคอยน์ และทุกคนคือผู้ถือบัญชีนี้ ไว้ ทุก ๆ ธุรกรรมที่มีการแลกเปลี่ยนซื้อขายบน Blockchain จะถูกบันทึกและ
กระจายไปทุกบล็อก เพื่อบันทึกข้อมูล นั้นเป็นเป็นสิ่ง


Credit : วิธีสมัครบาคาร่าออนไลน์

สนับสนุนบทความโดย UFABET เว็บอันดับ 1 ของไทย

  • มีเกมส์ให้เล่นมากที่สุด
  • ราคาน้ำดี ให้ค่าคอมสูงที่สุด
  • ฝากถอนโอนไว รวดเร็วทันใจ
  • เล่นตรงกับบริษัท ปลอดภัยมั่นใจได้
  • มีพนักงานพร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมง




สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม(ไทย)
140/47 ถ.อิสรภาพ 39 แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กทม. 10700 โทร. 02-4112899 โทรสาร .02-8667125 www.autisticthai.net Email:autisticthai@gmail

@2010-2011 under GNU General Public License Edit&Applied by Chudsagorn phikulthong
Power by : ATOMYMAXSITE 2.5