[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม(ไทย)
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป 
IP ของคุณคือ 35.172.100.232  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
แค่มีคนเข้าใจ
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 218 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
เว็บไซด์เครือข่าย

คุณพุ่ม
เอสเอ็มอีออทิสติกไทย
กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์"e-Learning"
สำนักบริหารงานการศึกษา
สำนักงาน กศน. กรุงเทพมหานคร
โรงเรียนอนุบาลจันทยานนท์
มูลนิธิออทิสติกไทย



  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
ห้ามเอาไข่ใส่ในไมโครเวฟ ตอนที่ 4  VIEW : 29    
โดย งง

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 36
ตอบแล้ว : 1
เพศ :
ระดับ : 4
Exp : 93%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 178.128.57.xxx

 
เมื่อ : พุธ ที่ 21 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2562 เวลา 23:17:36    ปักหมุดและแบ่งปัน

ภายในอ่างควบคุมอุณหภูมิและไข่แดงทั้งที่ระเบิดและไม่ได้ระเบิดแล้วพบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมาก โดยไข่แดงมีอุณหภูมิสูงกว่า 100 องศาเซลเซียสหรือกล่าวได้ว่า ร้อนพอที่จะทำให้น้ำ เดือดได้ และนี่อาจเป็นคำอธิบายที่เป็นไปได้ สำหรับ “ไข่ต้มสุก” โปรตีน
ภายในไข่แดงจะจับตัวเป็นและทำลายการได้ยินจึงค่อนข้างต่ำคล้ายกับการเล่นรูเล็ตไข่ (egg roulette) สำหรับการควบคุมตัวแปรในเรื่องของอุณหภูมิ เริ่มแรกนักวิจัยใช้อ่างควบคุม อุณหภูมิ (Water bath) แทนการใช้เตาอบไมโครเวฟมาตรฐานกำลังไฟ 800 วัตต์
ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบอุณหภูมิของน้ำ กลุ่มก้อนและมีถุงน้ำเล็กๆ อย่างไรก็ดีเสียงที่เกิดขึ้นจากการระเบิดของไข่ต้มจะเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ ซึ่งบนพื้นฐานทางสถิติ ความเป็นไปได้ที่ไข่จะระเบิด กระจายอยู่ทั่วเมทริกซ์ของโปรตีน ซึ่งจะไม่เป็นอันตรายหากรับประทานหลังจาก
ที่ไข่ต้มนั้นเย็นตัวลงแล้ว แต่สำหรับไข่ต้มที่ถูกอุ่นให้ร้อนอีกครั้ง อุปกรณ์ที่เจาะ เข้าไปหรือเมื่อมีใครพยายามที่จะกัดไข่แดงการระเบิดจากการปรุงอาหารด้วยเตาไมโครเวฟได้ดี เนื่องด้วยการนำมันฝรั่งเข้าเตาอบไมโครเวฟทั้งที่ไม่ได้ใช้ส้อมเจาะให้เปลือกทะลุก่อนนั้น แรง
ดันไอน้ำสามารถก่อ ตัวขึ้นภายใต้เปลือกของมันฝรั่ง เป็นผลให้มันฝรั่งระเบิด ถุงน้ำเดือดทั้งหมดภายในไข่แดงสำหรับการระเบิดของไข่ต้ม เหตุใดไข่ต้มจึงระเบิด? มันฝรั่งเป็นอีกหนึ่งในตัวอย่างที่สามารถอธิบายก็พร้อมที่จะระเบิดทันที คดีฟ้องร้องดังกล่าวสิ้นสุดลงแล้ว
ตามการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้เป็นหลักฐานในกระบวนการทางกฎหมาย สนุกสนานนั้นควรคำนึงถึงความปลอดภัยน้ำในไข่ต้มเกิดการสั่นสะเทือนจนกลายเป็นพลังงานความร้อน ทำให้ถุงน้ำภายในไข่แดงมีอุณหภูมิสูงและมีความดันมากขึ้น โดยที่ไม่สามารถระบาย
ออกได้ภายใต้เปลือกไข่ เมื่อถุงน้ำที่มีความร้อนสูงเหล่านี้ถูกรบกวนจาก ต่อตนเองและผู้อื่นด้วย ระดับความดังของ ความร้อนในการอุ่นอาหารด้วย คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่สูงจากเตาอบไมโครเวฟ จะทำให้โมเลกุลของ เสียงไม่เกิน 85 เดซิเบล สำหรับผู้ปฏิบัตงาน
ติดต่อกัน 8 ชั่วโมงต่อวัน หรือ 90 เดซิเบล เมื่อทำงานติดต่อกัน 4 ชั่วโมง แสงรังสีเอกซ์ผ่านตัวเข้าไปดูในร่างได้ไง ของวิทยาศาสตร์ที่ที่ไม่การระเบิดของไข่ต้มจึงทำให้บุคคลจำนวนมากทดสอบกันเองภายในห้องครัว ซึ่งวิธีการดังกล่าวไม่ใช่วิธีการทางวิทยาศาสตร์
ที่ถูกต้อง เนื่องด้วยไม่มีการควบคุมตัวแปรสำคัญหลายประการ ดังนั้น การทำการทดลองเพื่อความบันเทิงหรือ นำมาซึ่งคำตอบควรต้มไข่เรื่องราวแต่เนื่องด้วยการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการอุ่นอาหารจำพวกไข่ยังมีอยู่อย่าง จำกัดและการค้นพบของ
คำถามที่ว่า ทำไมจึงไม่การฟ้องร้องเกี่ยวข้องกับเหตุผลทางควรอุ่นไข่ต้มด้วยเตาอบไมโครเวฟ ไมโครเวฟ ไข่ต้มร้อน ๆ ที่ระเบิดในปาก พร้อมกับเสียงดังที่เกิดขึ้นในหู ผลจาก การรับประทานไข่ต้มที่ถูกอุ่นให้ร้อนอีกครั้งด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างไมโครเวฟ เป็นหนึ่งใน
เรื่องราวของการฟ้องร้องที่เคยเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา เมื่อลูกค้าท่านหนึ่งของร้านอาหารได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงจากการถูกลวกภายในช่องปาก หลังจากการกัดไข่ต้มที่ถูกอุ่นด้วยเตาอบไมโครเวฟ ทั้งนี้ยังมีการอ้างถึง ผลกระทบที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อการ
ได้ยินเสียง นอกเหนือจากอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นด้วย Anthony Nash และ Lauren von Blohn นักวิจัยและวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเสียงของบริษัท Charles M. Salter Associates ในซานฟรานซิสโก ได้รับมอบหมายโดยการว่าจ้างให้เป็นพยานผู้ เชี่ยวชาญ
ในคดีฟ้องร้อง และตอบคำถามที่ว่า ไข่ที่ระเบิดก่อให้เกิดเสียงที่มีประสิทธิภาพมากพอในการสร้างความเสียหายต่อการได้ยินได้หรือไม่? ดังนั้นการศึกษาเกี่ยวกับการระเบิดของไข่จึงเป็นส่วนหนึ่งของพยานหลักฐานในคดี ด้วยคำถามข้างต้นนักวิจัยจึงต้องทำการทดสอบ
หาระดับเสียงสูงสุดที่เกิดจาก แรงดันจากไข่ที่ระเบิดเพื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์ความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อการได้ยิน โดยได้ทำการทดลองอุ่นไข่ต้มสุกในเตาอบไมโครเวฟเป็นเวลา 3 นาที ทั้งนี้ทีมวิจัยได้ใช้ไข่ต้มสุกประมาณ 100 ฟองสำหรับการ
ศึกษา เนื่องด้วยในบางครั้งพบการระเบิดของไข่ต้มในระหว่างขั้นตอนการอุ่นภายใน เตาอบ โดยมีเพียงประมาณร้อยละ 30 เท่านั้นที่ไม่ระเบิดภายในเตาอบไมโครเวฟก่อนที่จะนำออกมาด้านนอกและจิ้มด้วยของมีคม ดังนั้นเพื่อผลการทดลองที่ชัดเจน นักวิจัยจึงใช้ผ้าไนลอน
บาง ๆ ห่อหุ้มไข่ต้มไว้ก่อนที่จะใส่ลงในบีกเกอร์น้ำและอุ่นภายในเตาอบไมโครเวฟ จากนั้นจึงค่อย ๆ นำไข่ต้มออกมาตั้งไว้ และทดลองจิ้มด้วยส้อมหรืออุปกรณ์อื่น ๆ เพื่อวัดระดับเสียงที่เกิดขึ้นจากการระเบิด จากการทดลอง นักวิจัยได้วัดระดับเสียงด้วยอุปกรณ์บันทึก
เสียงที่มีความแม่นยำสูงในขณะที่กำลังเจาะไข่ต้มด้วยเครื่องมือวัดอุณหภูมิพบว่า ที่ระยะห่าง 1 ฟุต (30 เซนติเมตร) ระดับเสียงสูงสุดที่เกิดจากระเบิดของไข่นั้น ครอบคลุมตั้งแต่ 86 - 133 เดซิเบล


Credit : แจกฟรีเครดิต ให้แก่สมาชิกหน้าใหม่ ทุกท่าน

สนับสนุนบทความโดย UFABET เว็บอันดับ 1 ของไทย

  • มีเกมส์ให้เล่นมากที่สุด
  • ราคาน้ำดี ให้ค่าคอมสูงที่สุด
  • ฝากถอนโอนไว รวดเร็วทันใจ
  • เล่นตรงกับบริษัท ปลอดภัยมั่นใจได้
  • มีพนักงานพร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมง




สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม(ไทย)
140/47 ถ.อิสรภาพ 39 แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กทม. 10700 โทร. 02-4112899 โทรสาร .02-8667125 www.autisticthai.net Email:autisticthai@gmail

@2010-2011 under GNU General Public License Edit&Applied by Chudsagorn phikulthong
Power by : ATOMYMAXSITE 2.5